ตอนเด็กเด็ก เราทุกคนต้องเคยมีเพื่อนสนิทและเป็นเพื่อนสนิทที่เรารู้สึกรักมันมากๆโดยไม่ต้องมีเหตุผลอะไรก็ตามมารองรับ เหมือนเพื่อนสนิทสมัยโตโต

หลายอาทิตย์ก่อน ผมได้รับข้อความในเฟสบุ๊คจากเพื่อนสนิทคนหนึ่งเมื่อสมัย เรียน ม.ต้นมันส่งข้อความผมมาชวนให้ไปยินดีกับงานบวนของมันที่จะจัดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ที่วัดใกล้ๆโรงเรียนที่เคยเรียนด้วยกัน
แม้จะยังอีกยาวนาน แต่แว๊บแรกที่ผมได้รับข้อความชวน .... ผมก็รีบเปิดปฏิทินจัดตารางงานราษฎร์และงานหลวงทั้งหมดออก แล้วบุ๊คมาร์ควันสำคัญของมันวันนี้ลงปฎิทินของตัวเองตัวโตๆ ไฮไลท์เจ็ดสีเลยว่า ยังไงก็เป็นงานสำคัญงานนี้ต้องไปให้ได้ ... ยังไงต้องไปให้ได้

ทั้งที่ปกติแล้ว ผมมักจะหาเรื่องโดดงานบวชหรืองานแต่งอะไรแบบนี้บ่อยมาก และยิ่งเป็นงานบวชที่จัดตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว แทบจะไม่อยากตื่นไปสักเท่าไหร่
หรือบางทีก็มีงานเข้ามา ... ผมก็เลือกรับงานรับเงินไว้ก่อนดีกว่า

... แต่สำหรับเพื่อนคนนี้ สัญชาติญาณมันบอกว่า ... 

"ยังไงก็ต้องตัดทุกสิ่งทุกอย่างออกไป แล้วไปยินดีในวันสำคัญของมันให้ได้..."
 
 
ย้อนกลับไปตอนเด็กๆ ผมกับเพื่อนคนนี้รู้จักกันครั้งแรกเพราะบังเอิญถูกอาจารย์จับให้ไปนั่งเรียนด้วยกัน เมื่อตอน ม.1
...มันชื่อ "ง้วน" ผมชื่อ "เม้ง" 

อาจารย์บอกว่าชื่อจีนๆเจ็กๆเหมือนกัน ก็จับมานั่งด้วยกันนี่แหละ น่าจะเข้ากันได้ดีนะ.. (อาจารย์แถกมากๆ)
ง้วน เป็นเด็กผู้ชายหน้าตี๋ๆ ตาตี่ๆที่ไม่ค่อยพูดค่อยจา บุคลิกสุภาพเรียบร้อย เวลาใครทักอะไรก็ยิ้มแหย๋ๆตอบรับ มีเล่นมุขบ้างแต่ก็เป็นมุข งงๆ ตามประสาคนพูดน้อย

เวลาอยู่กับเพื่อนในกลุ่ม ก็จะเป็นคนที่มักเออ ออ ห่อ หมก ไม่ค่อยมีความเห็นอะไรไปขัดแย้งกับคนอื่น คนอื่นว่าไงว่าตามกัน ขอแค่ได้ยิ้มหรี่ตาตี่ๆเดิมตามหลังเพื่อนแค่นั้นก็พอ

เวลาไปไหนมาไหน กินอะไร เที่ยวไหนที่ไหน ผมก็มักชวนมันนี่แหละ เพราะเป็นคนง่ายๆสบายๆดี

เรื่องราวของผมกับมันก็ไม่มีอะไรซับซ้อนไปมากกว่าการเคยเรียน เคยเที่ยวเล่น เดินห้าง ดูหนังด้วยกันแค่ตอน ม.ต้นเท่านั้นแหละพอเลื่อนขั้นขึ้น ม.2 และ ม.3 เราก็ถูกอาจารย์จับย้ายกันไปเรียนกันคนละห้อง ตามการสุ่มผลการเรียนแต่ก็ยังคุยกัน ไปเที่ยวเล่น เดินห้าง ซื้อการ์ตูนกันเหมือนสมัยที่ยังอยู่ห้องเดียวกัน
 
จนพอจบ ม.3 มันก็ย้ายโรงเรียนไปเรียนโรงเรียนเทคนิคฯอีกแห่งตามคำสั่งของที่บ้าน หลังจากนั้นผมกับมันก็ห่างๆกันไปเรื่อยๆ ไม่ค่อยได้คุยอะไรกันมากนัก
 
 แต่ถ้านึกย้อนดีๆแล้ว เพื่อนคนนี้ไม่เคยหายไปไหนจากเหตุการณ์ใหญ่ๆในชีวิตของผม
เช่น สอบติดเข้ามหาลัย เรียนจบ รับปริญญา ผมและมันก็โทรคุยกันหรือมาเจอกันเสมอๆ

ลองนึกย้อนไปแล้วก็ตลกดีเหมือนกันนะ พยายามคิดว่าอะไรทำให้รู้สึกรักและให้ความสำคัญกับเพื่อนสมัยเด็กคนนี้กันนะเพราะนึกดูแล้วมันก็ไม่ได้มีกิจกรรมเรื่องความสนใจที่ใกล้เคียงกับเรา 

ไม่เคยช่วยเหลืออะไรเราที่ทำให้รู้สึกซาบซึ้งใจไม่เคยแสดงความห่วงหาอาลัยที่ทำให้รู้สึกว่าเราพิเศษไม่ได้เป็นคนมีความสามารถที่ทำให้เราทึ่งจนอ้าปากค้าง

...มันก็เป็นแค่เพื่อนตัวเล็กธรรมดาๆ ที่เคยวิ่งเล่นกันสนุกด้วยกันคนนึงเท่านั้นแหละๆ แต่มันก็เป็นเพื่อนที่เรารู้สึกว่า ...
 
"เออ เรารักและหวังดีกับมัน อยากให้มันมีความสุขจริงๆว่ะ ..."
"อยากรู้อยากเห็นว่าชีวิตมันเป็นยังไงบ้าง ทำงานทำการอะไร ชีวิตไปถึงไหน แฟนคนปัจจุบันเป็นใคร หน้าตาเป็นยังไง ดีหรือร้ายกับมันรึเปล่า"
"คือ มึงไม่จำเป็นจะต้องมาอะไร ยังไงกับกูก็ได้นะ ห่างกันไปอะไรยังไงก็ไม่โกรธ ไม่งอน ไม่หวง..."
"ไม่ต้องมานั่งฟังกูเล่าเรื่องทุกข์ ไม่ต้องมาให้ยืมตัง ไม่ต้องมาให้ประโยชน์อะไรกันเลย"
"เพียงแค่เวลามึงมีเรื่องยินดี หรือมีเรื่องทุกข์ร้อนอะไร ขอให้บอก ขอให้กูไปมีส่วนร่วมด้วย ... กูพร้อมจะไปอยู่ตรงนั้นเพื่อมึงเสมอๆ แล้วไม่ต้องการอะไรตอบแทนด้วย สำหรับมึงแล้วกูพร้อมทำให้เสมอ(ยกเว้นยืมตังนะตัว)"
"แต่ถึงมึงจะไม่บอก ...กูก็พร้อมจะเข้าใจและให้อภัยมึงในทุกๆเหตุผล"
 

ไม่มีข้อจำกัด เป็นโปรพิเศษ อันลิมิตเต๊ดในทุกๆด้าน

บางทีความรู้สึกแบบนี้ มันก็หาไม่ได้กับเพื่อนสมัยโตโต ... ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน 
อาจะเป็นเพราะว่าเราโตขึ้น เราอาจเอาเรื่องอื่นๆซับคิดซ้อนมากเกินไป จนทำให้รู้สึกรักเพื่อนคนไหนได้ไม่เท่าเพื่อนสมัยเด็กเด็กที่วิ่งเล่นกันเอาสนุกๆขำๆโดยไม่ต้องสนใจว่าเพื่อนคนนี้มันชอบดูหนัง ชอบฟังเพลงสไตล์เดียวกันรึเปล่า 
หรือเราไม่ต้องสนใจว่ามันเคยช่วยทนรับฟัง ปลอบใจเราเวลาเราอกหัก มีบุณคุณอะไรกับเรารึเปล่า
หรือเราไม่ต้องสนใจว่ามันเป็นคนห่วยแตก บ้านจน ไม่มีรถขับ ไร้อนาคต ไม่น่าคบหารึเปล่า

...

ความสัมพันธ์ของเพื่อน บางทีมันก็แปลกๆนะ
 
เหมือนจะรัก แต่ก็ไม่จำเป็นต้องบอก ต้องพูด ต้องให้ความสำคัญ
เหมือนจะห่างๆหายๆกันไป แต่กลับมาทีไรก็ยังเหมือนเดิม
เหมือนจะเลิกคบหา แต่ก็ยังโผล่มาทุกๆโอกาสสำคัญของชีวิต
เหมือนจะลืมมันไปแล้ว ... แต่ก็ยังจำเรื่องเก่าๆของมันได้ทุกเรื่อง

แล้วคุณละ ...ยังจำเพื่อนสมัยเด็กเด็กกันได้มั้ย...ตอนนี้เขาและเธอเป็นยังไงกันบ้างแล้วครับ ?...

Comment

Comment:

Tweet

ตอนที่อ่าน
หน้าเพื่อนคนหนึ่งแวบมาทันที
เพื่อนคนนี้เจอกันตอนป.๕
(ตอนนั้นจากเด็กบ้านนอกได้เข้าใกล้คนเมืองนิดนึง555)
ไอ้เราก็เป้นเด็กบ้านนอกดูเอ๋อๆ
แต่แปลกน่ะไม่เคยนั่งด้วยกัน
แต่ก็คบกันจริงๆตอนป.๕เทอม๒โน่น
จนป.๖โชคชะตาเหมือนกลั่นแกล้งดันไม่ได้อยู่ห้องด้วยกันอีก
แต่โชคดีค่ะอยู่ห้องติดกันทีนี้ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด
เป็นช่วงที่ดีช่วงหนึ่งของชีวิตเลยล่ะ
แต่พอเข้าม.๑เหมือนฟ้าจะกลั่นแกล้งอีกแระ
ทำให้เราต้องห่างกันคนละจังหวัด
แต่ก็โทรหากัน(แบบนานๆทีแต่ยาวๆ)
ทุกข์จริงๆสุขจริงๆแลกเปลี่ยนกันหมด
จนตอนนี้ปี๒(ถึงเรียนคนละที่อีกก็เหอะ T.T)แล้วมานับมานับไปจะ๑๐แล้ว

อยากบอกว่าคิดถึงน่ะโว้ยยๆๆ...

ปล.เห็นด้วยนะกับการหวังดีแบบ"ไม่มีข้อจำกัด เป็นโปรพิเศษ อันลิมิตเต๊ดในทุกๆด้าน"

(ขอโทษถ้าดูยาวไปน่ะ และ
ขอบคุณนะที่ทำให้ย้อนไปวัยประถมโฮ่ๆ)
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#3 By *หมีน้อย on 2012-03-16 00:45

มีเพื่อนกลุ่มนึงที่เหมือนจะห่างหาย เพราะอยู่กันคนละทิศละทาง แต่พอได้นัดไปเที่ยวกัน เพื่อนคนนึงพูดออกมาว่า

..พวกเราห่างกันไปนานนะ บางที(บางคน)ยังไม่ค่อยได้โทรคุยหาเลย แต่พอมาเจอกัน รู้สึกเหมือนเดิม..เหมือนตอนเรียนเลยอ่ะ ....ฟังแล้วรู้สึกดี open-mounthed smile และคิดว่าทุกคนรู้สึกเช่นเดียวกัน ไม่มีเคอะเขิน เหมือนเราสนิทสนม เหมือนไม่เคยห่างกันเลย

และ..เคยมีเพื่อนที่ไม่ได้ติดต่อกันเลยเป็นสิบๆปี พอโทรมาเค้าถามว่า..เคยมั้ย แบบว่าง ๆ คิดถึงความหลัง แล้วเค้า--นึกถึง--เรา แล้วก้อสงสัยว่าเราเคยนึกถึงเค้าบ้างมั้ย

อือ...เราก็เป็นบ่อย ๆ นะ confused smile

#2 By แจม on 2012-03-15 21:12

Hot! Hot!
มีเหมือนกัน เล่าบ้างๆๆๆ

เพื่อนสมัยเด็กของเราสนิทกันตั้งแต่อนุบาลเลยค่ะ แต่พอประถมปลายเพื่อนไปเรียนโรงเรียนนานาชาติ แล้วก็ไปเรียนต่างประเทศก็เลยห่างๆกันไป แต่ทุกครั้งที่เค้ากลับเมืองไทยเค้าจะชวนเราไปเที่ยวเสมอเลย
บางทีก็ชวนไปเที่ยวกับที่บ้านเค้า มีรีสอร์ทส่วนตัว มีคอนโดอยู่ที่นั่นที่นี่ให้เราไปเล่นกับเค้าได้ตามสบาย ในขณะที่เราไม่ได้มีคอนโดตากอากาศเท่ๆ หรือมีของเล่นรุ่นใหม่จะมาชวนกันไปเล่น แต่เพื่อนคนนี้ก็ไม่ได้ถืออะไรเลย แถมที่บ้านเพื่อนก็ใจดีด้วย 555
แต่ก็เจอกันปีละครั้งเท่านั้นเอง ดีใจที่เดี๋ยวนี้เค้ากลับมาเรียนที่ไทยแล้ว แต่ก็เรียนหนักกันทั้งคู่อยู่ดี ล่าสุดเพิ่งเดินสวนกันในห้าง กระโดดกอดกันแทบไม่ทันเลยค่ะ

นึกถึงเพื่อนวัยเด็กหลายๆคน ก็นึกอยากติดต่อเค้าจังเลย ยังมีอีกหลายคนที่ไม่ได้คุยไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว ไม่รู้เค้าจะจำเราได้มั้ย

#1 By HeDw!g on 2012-03-15 18:35