รู้ตัวดี ว่าเป็นคนมีความอดทนต่ำ
เวลาที่รอรถเมล์นานๆ เกิน 15 นาที ทีไร จะต้องมักง่ายตัดสินใจเสี่ยงกระโดดขึ้นรถเมล์มั่วสายที่ผ่านมาตรงหน้าทุกที

เหมือนวันนี้ ขณะกำลังรอสาย 97 เพื่อไปบางซื่อ

รออยู่นานประมาน 15 นาที ... มันก็ไม่มาสักที รู้สึกเริ่มหงุดหงิด
ประกอบกับจังหวะที่รถเมล์สาย 117 ซึ่งเขียนป้ายว่าไปบางโพซึ่งเป็นโซนใกล้กับบางซื่อมาพอดี...ก็เลยตัดสินใจโดดขึ้น 

ไม่รู้แหละ ก็ลึกๆ มันมักคิดว่า ยังไง รถเมล์ที่เขียนทำเลใกล้ๆ กับที่เราจะไปมันคงพาไปถึงได้เหมือนกัน
ขี้เกียจรอ ขอขึ้นไปก่อนแล้วกัน แล้วยังไงค่อยไปตัดสินใจกระโดดลงต่อรถสายอื่นเอาข้างหน้า

นั่งไปเรื่อยๆ ไปเรื่อยๆ ซักพักเริ่มเอะใจ เพราะไม่รู้สึกไม่ใช่บางโพใกล้บางซื่อที่คุ้นเคย 
เหมือนมันพาออกนอกลู่นอกทางเลยไปเช้าเขตนนทบุรีจนเหมือนจะข้ามฝั่งไปจรัญสนิทวงศ์ ...ซึ่งนั้นยิ่งไกลออกไปอีก

ซวยละ หาเรื่องเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย จริงๆ ...

เอาไงดีอ่ะ ให้นั่งต่อไปก็เกรงว่ามันจะเลยเถิด พอมันเลี้ยวจะขึ้นสะพานปุ๊บ เลยรีบกระโดดลงก่อน แล้วจึงข้ามสะพานลอยมาอีกฝั่งเพื่อหารถต่อกลับไปทางเดิม

ในใจคิดว่า สงสัยได้เสียตังค่าแทกซี่กลับอีกแล้วมั้ยล่ะ หาเรื่องอีกแล้วแท้่ๆ 

ยืนซอยสเตปเท้า สลับกับการชะโงกหัวอยู่นานสองนาน ท่ามกลางสภาวะแวกล้อมของ พี่ๆ ลุงๆ แทกซี่ที่แวะมาชะลอรถ เลียบๆ เคียงๆ หวังจะโฉบตัวเราขึ้นไปเป็นเหยื่อมิเตอร์ยามคำ่คืน ...

เริ่มจะใจอ่อนอยากตัดใจขึ้นแืทกซี่ไป แต่อีกใจหนึ่งก็ใจแข็งอยากจะมีความอดทนเอาชนะตัวเองซะหน่อย

รอนานอยู่ประมาน 15 นาที เริ่มกลับมาหงุดหงิดอีกละ ... ไม่มีเวลาสี่ทุ่ม รถเมล์ผ่านมาซักสาย ...สงสัยกลับบ้านไปนอนกันหมดละ
เลยตัดสินใจ เอาวะ โบกแทกซี่กลับให้มันจบๆ กันไปแล้วกัน เหนื่อย อยากกลับบ้านนอนแล้วละ

ขณะที่ฟางเส้นสุดท้ายกำลังจะถูกดึงออกไป ตัดสินใจเดินออกมาริมฟุตบาทเพื่อชะโงกหัวเรียกแทกซี่ ... ทันใดนั้น มองไกลๆ ก็มีแสงสีเหลืองลิบๆ ไรๆ มาให้อุปทานไปว่าเป็นรถเมล์ช่วยชีวิต

มันแล่นมาใกล้ๆ แล่นมาใกล้ๆ เลยพยายามเพ่งหมายเลขรถด้านหน้า พอเป็นเป็นหมายเลข "543" 

"543" ไม่รู้ไปไหน เพระามองจากทางไกลมันไม่เห็น เลยรอมันมาใกล้ๆ อีกหน่อยเพื่อจะดูสถานที่บอกทาง ด้านข้างรถ...ปรากฎว่ามันมีป้าย ...แต่ไม่ทราบได้ว่ารถเมล์สายนี้มันไปผ่านพายุทะเลทรายซาฮาร่ามาหรือไร ...ทำไมป้ายตัวอักษรมันจืดจางลางเลือนหลายไปแบบไม่ใยดี 'ผู้โดย เช่นนี้ !

ด้วยสัญชาติญาณความกล้าหรือบ้า หรือความโง่อะไรไม่ทราบได้ มันก็สั่งให้ก้าวเท้าวิ่งขึ้นรถเมล์ไปอีกครั้ง ...เพราะหวังว่าจะไปลงใกล้ๆ อีกเหมือนเดิม (ไม่เข็ด)

ขึ้นไปถึงแล้ว แทนที่จะถามกระเป๋าให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยว่ามันผ่านประชานุกูลหรือไม่ ... ก็ไม่ถาม ...
ปากแข็ง กลัวเสียหน้า เลยแกล้งพยายามทำเสียงสั่นๆ ใส่กระเป๋ารถเมล์ที่กำลัง ทำหน้าง่วงๆอยู่ ว่าไปลงแถวประชานุกูลนะ .... มันผ่านมั้ย? 
พร้อมควักแบงค์ยี่สิบใส่มือกระเป๋าเข้าสู้ ทำนองแอบข่มขู่กลายๆว่า "มึงไปเถอะนะ" อย่ามาหักมุมทำนอง "อ๋อ ไม่ผ่านครับน้อง ลงป้ายหน้าแล้วต่อสายอื่นเลยนะครับ" แล้วกันนะ

ปรากฎว่าคนขายรับแบงค์ยี่สิบในมือไปทอนเงิน โดยไม่พูดอะไร แล้วเดินกลับไปนั้งที่หลังรถหน้าตาเฉย ... 

อ้าว เฮ้ย สรุปนี่แปลว่ามันผ่านใช่มั้ย?

ยืนโหนราวรถเมล์อย่างใจจดใจจ่อ พร้อมก้มๆ เงยๆ เหมือนคนหลังค่อมกำลังหาเศษเหรียญบนพื้น

ไม่ใช่อะไร คือ คนมันกำลังอยากเกาะติดและกำลังตื้นเต้นทางข้างหน้าว่ามันจะไปเลี้ยวแยกไหนกันแน่?

หันกลับไปหาความช่วยเหลือจากด้านหลัง เพราะกฎว่า ภาพที่เห็นคือ กระเป๋ารถเมล์มันเดินกลับไปนั่งหลับตาที่หลังรถแบบแน่นิ่ง ไม่ไหวติง.......... "เฮ้ย เพ่เพิ่งทอนเงินไปเมื่อกี้ไม่ถึงสิบวิ พี่เปลี่ยน'ญาณไปเฝ้าพระอินทร์แล้วเหรอ?" คือ คนเดียวกับที่มาทอนเมื่อกี้รึเปล่าวะ?

ในเมื่อกระเป๋ารถเมล์ก็ช่วยไมไ่ด้ เลยลองหันไปสบตาผู้โดยสารอีกคนที่นั่งอยู่แถวทางลง เพื่อสงสายตาขอความช่วยเหลือดูบ้าง...

ปรากฎว่าสายตาที่ได้รับมา รู้สึกเหมือนโดนแอบโดนด่าในใจว่า "ไอนี่คงบ้า" ...เพราะรถว่างทั้งคันทำไมมันถึวไม่นั่ง มามัวยืนห้อยๆ โหนๆ อยู่หน้ารถทำไม

ชะโงกลุ้นไปซักพัก รถมันก็ค่อยๆ พาไปสถานที่ที่คุ้นเคยทีละนิด ทีละนิด เหมือนเคยมา ... ใช่จริงๆ ด้วย มัน คือ แยกประชานุกูลที่ีรักของเรานั่นเอง

ทันใดนั้นเลยวิ่งไปกดออดเตรียมลงด้วยความดีใจ .... ในที่สุด ก็มั่วมาถูกทางอีกแล้ว เย้ ! (จะเย้ทำไม ถ้ารอสายเดิม ป่านนี้คงถึงไปก่อนแล้วมั้งน่ะ!)


กลายเป็นว่า เลยเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ในการกลับบ้านให้ตัวเองได้อีก 1 ทางเลย ว่ารถสองสายนี้มันก็พาเรากลับบ้านได้ อย่างบริบูรณ์ ...




เชื่อมั้ย ว่าการครั้งการตัดสินใจอะไรแบบนี้ ...กว่า 80 % มักทำให้รู้สึกหงิดในภายหลังเสมอ
เพราะส่วนใหญ่รถพวกนั้น...มันมักพาอ้อมไปในทางที่ไกลกว่าเดิม นานกว่าเดิม แถมเสียตังเพิ่มกว่าเดิมอีก

แต่พอเวลาได้เจอ 20% ของทางใหม่ๆ ที่เราเพิ่งค้นพบว่ามันมีอยู่ ไม่เคยรู้จัก และดีกว่าทางเดิมที่เราเคยใช้แบบครั้งนี้
...มันก็เป็นความรู้สึกอะไรที่โคตรจะดีใจ เหมือนเวลาแม่บังคับให้ซื้อหวยเวลาแม่ถูกเข้าฝัน ... แล้วมันดันฟลุ๊คถูกจริง อะไรจริง ขึ้นมา


ชีวิตเสี่ยงๆ ผิดๆ ไม่วางแผน ส่วนใหญ่มักทำหงุดหงิด ขนเสียเรื่องเสียราวกันไปใหญ่โต 
แต่บ่อยครั้งมันก็ให้เรามีชีวิตอยู่ได้อย่างสนุก เร้าใจ มันส์ๆ... แม้มันจะมีแผลซี๊ดๆ ติดตัวมาบ้างเล็กๆ น้อยๆ ก็ตามที

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot!

#6 By Simplificity on 2012-11-17 15:14

ตอนแรกนึกว่าขึ้นผิดแล้วกระเป๋ารถเมลล์เก็บเงินค่ารถเสียอีก
ปล.บ้านอยู่ใกล้กันเลยอ่ะตัวเธอ -O-;;

#5 By Rose Quartz on 2012-10-05 01:17

ฮ่าๆๆ มันก็ระทึกใจดีนะ ได้สายรถเมล์กลับบ้านเพิ่มมาอีกตั้งหนึ่งสายเนะ big smile

#4 By Khaw on 2012-08-22 18:50

อ่านแล้วตื่นเต้นไปด้วย big smile

#3 By GUMBEAR on 2012-07-30 22:32

บางทีมันก็ตลก ที่บ่อยๆเฟิร์นยอมรอรถเมล์สายที่คุ้นเคยนานๆ 
ทั้งๆที่ ถ้าลองไปสายที่ไม่คุ้นตาบ้าง หรือไม่ได้ไปถึงจุดหมายที่เราแต่การแต่มีเส้นทางต่อให้เราไปถึงจุดไม้ได้ ในเวลาเดียวกันที่รถเมล์สายเก่ามาถึง ถ้าเฟิร์นตัดสินใจขึ้นรถเมล์อีกสายคันนั้น เฟิร์นอาจจะถึงจุดหมายไปแล้วก็ได้ : ) 
บางทีมันก็ขึ้นอยู่กับ เรากล้าจะเสี่ยงกับมันแค่ไหน : ) หรือเราอดทนรอคอยได้ขนาดไหน ^_^

#2 By Fernall on 2012-07-30 21:52

กล้าดีนะครับ sad smile

#1 By Tar on 2012-07-30 21:32