เหล่านี้คือความรู้สึกหลังจากผมดูภาพยนตร์เรื่อง "ยักษ์" จบครับ (ไม่สปอย)
 
1.พล็อตเรื่อง
คงไม่มีใครไม่ทราบว่า ยักษ์สิบหน้าอย่างทศกัณฑ์และวานรหนุมานชาญสมรนั้นเป็นคู่รักคู่แค้นกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อนกว่าล้านชาติ ด้วยภารกิจที่ถูกได้รับมอบหมายมาให้กำจัดฝ่ายตรงข้ามให้สิ้นไป ตามตำนานนั้นบอกไว้ว่า แม้จะเกิดใหม่อีกกี่ภพชาติก็ต้องรบราฆ่าฟันเป็นศัตรูกันทุกชาติไป

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อเรื่อง "ยักษ์" ในภพชาตินี้ ทศกัณฑ์และหนุมานนั้นถูกออกแบบให้ต้องมาเป็นเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วยกัน และไม่สามารถแยกจากกันได้เพราะโซ่เหล็กผูกรัดตัวของทั้งสองเอาไว้อย่างไม่ทราบสาเหตุ โชคดีที่ทั้งคู่สูญเสียความทรงจำในภาพชาติก่อนๆ ไป เรื่องราวบาดหมางจึงถูกหยุดพักไว้ชั่วครู่ หากแต่ต่างคนนั้นก็ต้องการรู้ตัวตนที่แท้จริงของตนเอง เพื่อเป้าหมายและหน้าที่ในอนาคตของแต่ละคน จึงออกเดินทางเพื่อค้นหาความทรงจำที่หายไปและเรียกอิสระภาพของตัวเองให้กลับมาตัวยการตัดสายโซ่เส้นนั้นออกไป เมื่อความสัมพันธ์เริ่มก่อตัวไปในทางที่ดี ในขณะที่ใครบางคนนั้นต้องการให้ทั้งคู่ได้ฟื้นฟูความทรงจำกลับมา เพื่อปฏิบัติหน้าที่ซึ่งถูกมอบหมายมาดังเดิม 

หน้าที่ หรือ ความสัมพ์นธ์ แค่คิดว่าต้องเลือกก็สนุกแล้วละ
 


2.บรรยากาศในเรื่อง
บรรยากาศในเรื่อง "ยักษ์" ถูกออกแบบมาอย่างอบอุ่นและเป็นมิตร โดยเล่าถึงมิตรภาพของเพื่อนใหม่ๆ ที่โชคชะตาได้ลิขิตให้มาเจอกัน อย่าง น้าเขียวยักษ์จอมซื่อ เผือก ลิงกระป๋องจอมขี้บ่น น้องสนิม หุ่นกระป๋องน้อยที่สังคมหุ่นกระป๋องด้วยกันรังเกียจ มาพร้อมปมที่ไม่มีใครรักและสนใจ ป้าสดายุนกเหล็กผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารี และหมู่มวลหุ่นกระป๋องในเรื่องมากมายหลายล้านตัว

พวกเขาเหล่านี้ทำให้ผมนึกถึงการจับกลุ่มวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ในซอยบ้านเมื่อสมัยผมยังเด็ก ทั้งง่ายและไม่ซับซ้อน รักง่าย โกรธง่าย หายง่าย ไม่พอใจอะไรก็สามารถพูดกันได้ตรงๆ แต่สัมผัสได้ถึงมิตรภาพและความจริงใจ อย่างเช่น แจ๊ค ลูกนายกเทศมนตรีจอมกวน ก็ทำให้ผมนึกถึงเพื่อนลูกคนรวยข้างบ้านที่ชอบอวดเบ่ง คุยโต โชว์เหนือ ต้องมีเรื่องทะเลาะกันบ่อยครั้งเวลาจับกลุ่มเล่นด้วยกัน แต่ทะเลาะกันทีไร สุดท้ายก็คืนดีกันไปเล่นด้วยกันเหมือนเดิมไม่เกินหนึ่งหรือสองวัน 

มันเป็นบรรยากาศแห่งมิตรภาพสมัยเด็กที่พอดูจบแล้วอยากย้อนเวลากลับไปในบรรยากาศแบบนั้นอีกครั้งจริงๆ
 
 

3.การออกแบบตัวละคร
ตัวละครในเรื่องนี้ ถูกออกแบบความคิดและอุปนิสัยมาอย่างชัดเจน สะท้อนความคิดของมนุษย์หลายประเภท ทั้งมนุษย์ที่มีความทะเยอะทะยาน ความละโมบ ความฝัน ความต้องการความรัก การปฏิบัติตามหน้าที่ ฯ

ตัวละครที่ผมชอบมากที่สุด คือ น้าเขียว หรือ ยักษ์ทศกัณฑ์เวอร์ชั่นความจำเสื่อมครับ น้าเขียวทำให้น้ำตาซึมเล็กๆ กับความไร้เดียวสาของน้าเขียว และหัวใจที่อุทิศเพื่อเพื่อนอย่างเต็มที่ ดูจบแล้วรู้อยากมีน้าเขียวเป็นเพื่อนจริงๆ (แค่เห้นหน้าน้าเขียวก็อารมณ์ดีแล้ว)
 

4.จินตนาการ
จินตนาการของผู้เล่าเรื่องยักษ์นี้เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น่าทึ่งมากครับ 
ใครจะไปจินตนาการได้ว่าหอกโมกข์ศักดิ์อันร้ายแรงในเรื่องรามเกียรติจะถูกนำมาดัดแปลงเป็นอาวุธสำคัญอันร้ายกาจให้เข้ากับเรื่องราวในยุคหุ่นยนต์ได้อย่างไร 
หางวานรของหนุมานที่ทราบกันดีว่ามันมีความยาวแบบไม่มีที่สิ้นสุดก็ถูกดัดแปลงให้เป็นอาวุธประจำกายอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ 
จักรเพชรของหนุมานที่พริ้วไหวประหนึ่งมีดบินในฉากสงคราม 
แขนขาของทศกัณฑ์ที่แข็งแรงและว่องไวเสมือนแมงมุมล่าเหยื่อ 
หรือ การใช้จินตนการสร้างหอคอยบอกเวลาและกระบวนหยุดยั้งดวงอาทิตย์ให้หยุดนิ่ง... 

ถ้านึกไม่ออกและอยากรู้ อยากให้ลองไปเปิดจินตนาการกันครับ 

5.วิธีการเล่าเรื่อง
ใครเป็นแฟนหนังสือของพี่จิก ประภาส ก็คงทราบดีอยู่แล้วว่าลีลาการเล่าเรื่องของพี่จิกนั้นออกรสออกชาติมากแค่ไหน ดังที่ปรากฎในเรื่องสั้น อย่างเช่น สุธี แม่เภา นิทานล้านบรรทัด 
เรื่องยักษ์นี้ก็เช่นกัน เขาสามารถเล่าเรื่องสร้างเสียงหัวเราะให้ผู้ชมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้หัวเราะ ด้วยมุขสะอาดๆ ไร้มลพิษเจือปน
บวกกับการออกแบบ 3D ตัวละครที่น่ารักชวนขำ ก็สามารถทำใ้ห้นั้งอมยิ้มไปได้ตลอดเรื่อง ครับ

90 % ของหนังเรื่องนี้สามารถดึงผมให้เข้าไปฝันอยู่ในโลกของ "ยักษ์" ได้อย่างไม่อยากตื่นจากฝัน เพราะตื่นตาตื่นใจไปตลอดเรื่อง ที่เหลืออีก 10 % ก็เป็นจังหวะให้ได้พักหายใจบ้าง (ฮ่าๆ)
 

6.สาระและแง่คิด 
แน่นอนว่าเรื่องราวการผจญภัยของ "ยักษ์" และผองเพื่อนนั้นแฝงแง่คิดให้กับผู้ชมอย่างเราตลอดเรื่อง คำพูดและเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับแต่ละตัวละคร นั้นเหมือนกระจกบานใหญ่ที่ช่วยให้เราได้ส่องมองความคิดความอ่านของตัวเราเองได้เป็นอย่างดี

มีตั้งแต่ประเด็นที่ไม่ซับซ้อนอย่าง เช่น ประเด็นการต่อสู้ของ ความดีและความชั่ว ไปจนถึงเรื่องปรัชญาการใช้ชีวิตขั้นสูงสุดของมนุษย์เรา เช่น เรื่องความฝัน จุดหมาย 
ซึ่งไม่ต้องกังวลไปว่าเด็กๆ จะดูไม่รู้เรื่องครับ เพราะเนื้อหาในเรื่องนั้นถูกบอกเล่ามาอย่างง่ายและชัดเจนจากตัวละครต่างๆ 

แต่สำหรับใครที่ชอบชมภาพยนตร์แบบคิดวิเคราะห์ควบคู่ไปด้วย ก็จะพบประเด็นที่แฝงเอาไว้มากมาย เช่น ทศกัณฑ์ของยักษ์น้าเขียวนั้นสะท้อนถึงจิตใจด้านมืดขอมนุษย์ทุกคนที่คอยบ่งการให้เราทำเรื่องเลวร้ายอยู่เสมอ หากแตเราเองก็มีจิตใจอีกส่วนหนึ่ง คือ จิตใจฝ่ายดีเข้าต่อสู้ชิงชัยแย่งพื้นที่ทางความคิดของเราอยู่ตลอดเวลาไม่ต่างกับเหตุการณ์ในเรื่อง

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของนักปีนเขาที่ใช้ชีวิตด้วยการวิ่งตามความฝันของตัวเองอย่างไม่ย่อท้อ 
หุ่นยนต์กระป๋องเป็นสนิมที่มีแต่ผู้คนรังเกียจ 
และพ่อค้าแร่กุมกรรถ ที่สะสมความฝันอันสูงสุดของตัวเองเพื่อรอวันที่ความฝันนั้นมาถึง

เหตุการณ์เหล่านี้เต็มไปด้วยเหลี่ยมมุมและแง่คิดมากมาย ซึ่งก็สุดแท้แต่ประสบการณ์ส่วนตัวของแต่ละท่านจะตีความกันออกมาครับ

7.ความสมบูรณ์ของการผลิตการตูนฺอเนิเมชัน
โปรดักชั่น ซีจีและอนิเมชั่น ออกแบบมาได้สวยงามสมการรอคอย ส่วนตัวแล้วผมเองไม่ได้มีความรู้ด้านนี้มากมาย ดูแบบคนธรรมดานี่ละครับ (ปกติไม่ค่อยได่มีโอกาสดูการ์ตูนเท่าไหร่)
จุดที่ชอบ คือ รายละเอียดพวกตัวหุ่นยนต์ต่างๆในเรื่อง มีความละเอียดความสวยงามเทียบเท่าหนังการ์ตูนที่ผมชมจากต่างประเทศเลยทีเดียว ผมชอบรายละเอียดผิวกายของตัวละครตัวหนึ่งหลังจากไปทำภารกิจหยุดยั้งวงอาทิตย์มามากครับ ผิวกายละเอียดสวยงามมากครับ

8.ดนตรีประกอบ
ยิ่งใหญ่และไพเราะครับ ทีมงานออกแบบดนตรีประกอบมาอย่างสนุก ช่วยส่งเสริมจังหวะสำคัญของเรื่องได้ดีมาก 
ผมชอบการใส่ท่อนร้องแบบมิวสิกคัลเข้ามาประกอบการเล่าเรื่องครับ ช่วยบอกเล่าความคิดของตัวละครได้ดี และทำให้ได้กลิ่นอายแบบละครเวทีด้วย ถือเป็นจุดที่ชอบมากครับ

แต่ดนตรีช่วงซาบซึ้งยังทำได้ไม่สุดครับ ผมสะดุดอารมณ์เล็กน้อยในดนตรีช่วงหลังของเรื่องครับ ทีแรกคิดว่าตัวเองจะฟูมฟายมากกว่านี้เพราะช่วกลางน้ำตาซึม แต่จบเรื่องก็พาอารมณ์มาได้แค่น้ำตาซึมเท่านั้นครับ

9.ความคิดถึงรามเกียรติ์
ผมเชื่อว่าหลังจากดูภาพยนตร์เรื่องนี้จบแล้ว คงมีหลายคนที่เกิดความรู้สึกอยากหาเรื่องรามเกียรติ์มาอ่านอีกครั้งเพื่อเก็บรายละเอียด ส่วนตัวแล้วเมื่อสมัยเรียนเรื่องรามเกียรติ์ตอนชั้นมัธยมปลายนั้นไม่ค่อยเอาใจใส่ในเนื้อหาเท่าที่ควร จำได้ว่ารู้สึกน่าเบื่อด้วยซ้ำไป แต่พอกลับมาดูภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็รู้สึกว่ารามเกียรติเป็นวรรณกรรมที่มีความลึกซึ้งและแฝงไปด้วยคติสอนใจมากมาย

10.ยักษ์ ช่วยขุคความทรงจำบางอย่างของคน(อย่างผม)ออกมา
อนิเมชั่นเรื่องนี้ขุดความทรงจำในวัยเด็กของผมมาหลายฉาก 
มีฉากหนึ่งในเรื่องที่เล่าถึงคุณลุงยามที่มีหน้าที่ปั่นจักรยานตีระฆังบอกเวลาในยามวิกาล เมื่อตอนผมเป็นเด็ก ผมจำความรู้สึกได้ว่าผมกลัวคุณลุงมากและผมมักสงสัยว่าคุณลุงคนนั้นทำหน้าที่อะไร และืำทำไมต้องมีหน้าที่แบบคุณลุงคนนั้นด้วย(ไม่อยากให้มี เพราะกลัว) 
พอได้กลับมาเห็นในเรื่องนี้ มันทำให้เกิดความรู้สึกคิดถึงขึ้นมาอีกครั้ง เพราะเรื่องคุณลุงยามตีระฆังเป็นหนึ่งเรื่องที่ผมลืมไปนานมากแล้ว มันทำให้ผมคิดถึงคุณลุงคนนั้น อยากรู้ว่าตอนนี้คุณลุงคนนั้นหายไปไหน ? และที่ทำสำคัญ คือ เราหลงลืมคุณลุงคนนั้นไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ?

มันมีอีกกี่เรื่อง ที่เราหลงลืมมันไปเมื่อเราโตเป็นผู้ใหญ่?



 
ดูจบแล้ว ชอบมากครับ อยากถอดดวงใจเอาไปไว้ให้ "ยักษ์" สักร้อยดวง 
ภาวนาให้ได้ 100 ล้านขึ้นไปนะครับ (เพราะทุนสร้างเขาก็100 ล้านไปแล้วไม่รวมค่าโปรโมต)อย่างน้อยก็อยากให้ช่วยเป็นกำลังใจกับกลุ่มคนที่สร้างสรรค์ผลดีๆ ออกมาให้ชมกัน อยากเห็นสังคมดีๆ อยากให้ผลงานศิลปะที่ดีให้ลูกหลานดู ให้เป็นความภูมิใจของประเทศ เราก็ต้องช่วยกันสนับสนุนผลงานดีๆ กันนะครับ

คงต้องบอกตามตรงว่า "ยักษ์" เป็นอีก 1 เรื่องที่ผมแนะนำครับ 
ถ้ามีลูก ก็คงต้องพาลูกไปดูหลายๆ ครั้ง
ถ้ามีเพื่อนสนิท ก็อยากบังคับพาเพื่อนสนิทให้ไปดูหลายๆ คน
หรือถ้ามีคนรู้จัก ก็อยากจะแนะนำว่าให้ไปดูเถอะครับ 180 บาท กับการได้เสพผลงานของเหล่านักคิด นักเขียน และบุคลากรสำคัญระดับประเทศ

ไม่มีส่วนไหนของหนังเรื่องนี้ที่จะสร้างความเสียหายให้ชีวิตคุณได้เลย 

และบางทีมันอาจจะไปช่วยขุคค้นความทรงจำ ความฝัน อะไรบางอย่างที่คุณหลงลืมมันไปแล้ว เมื่อคุณได้ก้าวขึ้นมาเผชิญโลกแห่งความจริงในวัยผู้ใหญ่ ก็เป็นได้นะครับ

4 ตุลาคมนี้ ... "ถอดหัวใจไปฝากไว้ที่พี่ยักษ์เขียวตัวนี้กันเถอะครับ" : )
 

Comment

Comment:

Tweet

will go and c na kub
Hot! Hot!

#8 By disciple21 on 2012-10-07 07:56

เมื่อคืนไปชมมาแล้วค่ะ ประทับใจมาก เห็นด้วยกับคุณในหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องแง่คิดในหนัง ทำให้เราเก็บมาคิดได้หลายเรื่องเชียวค่ะ
เราไม่ร้องไห้นะ แต่รู้สึกตื้นตันอยู่ข้างใน ดูจบแล้วมีความสุข อยากจะชวนคนอื่นไปดูด้วย เข้าใจความรู้สึกที่คุณบรรยายมาในตอนท้ายเลยค่ะ

#7 By PLOY (103.7.57.18|61.90.147.248) on 2012-10-05 10:25

ชอบหลายอย่างแต่ที่ชอบมากคือเนื้อเรื่อง ความสัมพันธ์ของตัวละครและดนตรีค่ะ  
ชอบมาก เกินคาดจริงๆ Hot! Hot! Hot!

#6 By yooney มาเยือน~ on 2012-10-04 23:19

เขียนได้ดีจริงๆค่ะ
เห็นด้วยว่าเป็นหนังที่ดีมากๆ
ทั้งตื่นเต้นทั้งตลกทั้งซึ้งค่ะ
ขอแชร์นะคะ

#5 By mayteeta (103.7.57.18|124.122.194.224) on 2012-10-04 22:06

Hot! Hot! Hot!  จะไปดูเรื่องนี้แน่นอน big smile
ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับคุณ psyche confused smile
เพียงแต่ผมเขียนด้วยความรู้สึกส่วนตัวนะครับ ไม่ได้เน้นวิเคราะห์เรื่อวราวเท่าไหร่ กลัวจะสปอยจนเสียอรรถรส ^^"

#3 By ม่งเม้งเอย on 2012-10-04 16:11

ทีแรกเห็นตัวอย่างแล้วเฉยๆนะครับ แต่พอมาอ่านแล้วชักเกิดอยากดูขึ้นมา Hot!

#2 By Tar on 2012-10-04 15:56

ขอแชร์ entry นี้ไปที่เพจคุณประภาสได้มั้ยคะ?

#1 By psyche (103.7.57.18|27.55.15.132) on 2012-10-04 14:16