ถ้าเราสามารถเลือกเป็นเจ้าของ ม้าเพียง 1 ตัวเพื่อเป็นเพื่อนร่วมเดินทางตลอดการเดินทางในชีวิตนี้ ...เราควรจะเลือกเพื่อนร่วมทางแบบ ม้าเชื่อง หรือ ม้าพยศ ?
 
================================================

ชายหนุ่มคนหนึ่ง เติบโตในหมู่บ้านเลี้ยงม้าอันโด่งดังแห่งอาชาอารยะประเทศ ในปีนี้ เขาจะมีอายุครบ 25 ปีบริบูรณ์

ก่อนวันครบรอบ 25 ปีบริบูรณ์ หัวหน้าหมูบ้านคนเลี้ยงม้าได้พาชายหนุ่มไปยังลานเลือกม้าในหมู่บ้าน และเขาได้เอ่ยถามชายหนุ่มถึงเรื่องการเลือกม้าประจำตัวซึ่งเป็นธรรมเนียมสำคัญของหมู่บ้านเลี้ยงม้า 
 

ธรรมเนียมนี้บัญญัติไว้ว่า ชายหนุ่มที่มีอายุครบ 25 ปี นั้นจะต้องเลือกม้าคู่ใจเพื่อออกไปผจญภัยในโลกกว้าง ตลอดการเดินทางของชีวิตและการเลือกม้าคู่ใจนั้น ธรรมเนียมของหมู่บ้านเปิดโอกาสให้คนในครอบครัวของชายหนุ่มสามารถเข้าไปมีสิทธิในการร่วมเลือกม้าด้วย เพื่อความแม่นยำในการเลือกม้า
 

ด้วยความไม่มั่นใจ ชายหนุ่มจึงเลือกคุณแม่และน้องชายที่เขารักเข้าไปยังลานเลือกม้าเพื่อช่วยในการตัดสินใจด้วย
 

หัวหน้าหมู่บ้านพาชายหนุ่มและครอบครัวเดินชมลานเลือกม้าที่เต็มไปด้วยม้าหลายร้อยตัว แบ่งเป็นฝั่งทิศตะวันออกและฝั่งทิศตะวันตก...ฝั่งตะวันตกเป็นม้าสายพันธุ์ม้าเชื่อง ...ส่วนฝั่งตะวันออกเป็นม้าสายพันธุ์ม้าพยศม้าทั้งสองฝั่งมีลักษณะและเสน่ห์แตกต่างกัน
 

ชายหนุ่มและครอบครัวได้เดินพิจารณาลักษณะของม้าทั้งสองฝั่งคอกอยู่นานเสียนานตั้งแต่ตะวันขึ้น จวนตะวันจะตกดิน
 

หลังจากเดินชมเสร็จแล้ว ทั้งสามคนกลับมาหยุดที่หน้าลานเลือกม้า เพื่อตัดสินใจว่าเขาจะเลือกม้าสายพันธุ์ไหนเป็นม้าประจำตัวของเขา...

"แม่ว่าลูกเลือกม้าเชื่องเถิดลูก จากประสบการณ์บนโลกนี้กว่า 60 ปีของแม่นั้น ม้าเชื่องแสดงให้เห็นว่ามันเป็นม้าที่ซื่อสัตย์ เป็นมิตร ควบคุมง่าย ลูกสามารถแน่ใจได้ตลอดการเดินทางว่าม้าเชืองตัวนี้ มันจะไม่ออกนอกลู่นอกทางหรือหนีลูกไปไหน และจะไม่ปล่อยให้ลูกเดียวดายในวันที่ลูกหลงทางลูกสามารถบังคับมันไปได้ในทุกที่ และทุกทิศที่ลูกต้องการ"

"แต่ข้อเสียก็ คือ หน้าตามันขี้เหร่มาก ไร้ความสง่างาม แม่ไม่แน่ใจว่าลูกจะสามารถรับหน้าตาทึ่มทื่อของมันได้แค่ไหน มันอาจะเป็นสาเหตุให้ลูกรู้สึกไม่ภูมิใจในตัวมันและหมดรักมันลงและถ้าขี่ไปนานๆ ลูกจะรู้สึกไม่สนุกเท่าที่ลูกหวังไว้ เพราะมันก็จะพาลูกไปแต่ทางเดิมๆ ทางที่ลูกเคยชิน " หญิงแก่ให้คำแนะนำตามประสาแม่ที่หวังดีต่อลูก

หลังจากได้ฟังหญิงแก่พูดจบ ชายหนุ่มก็ฝันถึงความสุขสงบและอิสระในชีวิตของเขากับม้าสายพันธุ์เชื่องเหล่านี้
...

ส่วนฝ่ายน้องชายวัยหนุ่มแน่นที่เพิ่งจะเปิดตาสู่โลกกว้างไม่นานนัก ก็ขอแสดงความคิดเห็นต่อการเลือกม้าของพี่ชายบ้าง...

"ผมว่าพี่ควรเลือกม้าสายพันธุ์พยศนะ ถึงแม้ว่าม้าสายพันธุ์พยศมันจะชอบพยศ ไม่ค่อยฟังคำสั่ง บังคับยาก ชอบออกนอกลู่นอกทางเวลาเราเผลอไผล แต่นั่นก็คือ เสน่ห์ของมันที่เราจะได้ควบคุมมันไม่ใช่เหรอพี่ส่วนข้อดีของมันคือ ถ้าพี่สามารถควบคุมมันได้ พี่จะสามารถขี่มันได้อย่างสนุก หวือหวา ตื่นเต้น มันจะพาพี่ไปยังโลกใหม่ๆแต่ผมว่าพี่ก็คงต้องทำใจเรื่องเจ็บตัวไว้บ้างนะพี่ ในกรณีที่พี่คุมมันไม่อยู่จนพลัดตกลงมาจากหลังมัน"

"อีกอย่าง คือ มันงามสง่ามาก ...พี่ดูมองมันดูสิ ขนของมันเงางามกว่า ของด้านๆของไอ้ม้าทึ่มๆ คอกข้างๆ นั้นอีก และถ้าใครได้เห็นม้าพันธุ์พยศอันสง่างามพันธุ์นี้จะต้องสรรเสริญถึงความงามของมันแน่นอน"น้องชายวัยหนุ่มช่วยเสนอแนะคำแนะนำพี่ชายด้วยความมีขีวิตชีวา

หลังจากฟังน้อยชายพูดจบ ชายหนุ่มก็ฝันถึงความพึงพอใจยามที่เขาได้จ้องมองม้าสายพันธุ์พยศเหล่านี้อย่างชื่นชม อีกทั้งยังเหลือบไปเห็นสายตาอันชื่นชมของคนรอบข้างอีกด้วย

...

หลังจากฟังจบ ชายหนุ่มยืนกอดอกและเพ่งสายตาพิจารณาในตัวม้าทั้งสองสายพันธุ์อย่างหนักหน่วง คิ้วซ้ายและคิ้วขวามาบรรจบกันที่กลางหน้าผากเสียงถอนหายใจที่เริ่มดังบ่งบอกถึงการตัดสินใจที่ยากลำบาก

"เลือกทั้งสองตัวแต่สลับกันขี่ได้เลยมั้ยครับ ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน?" ชายหนุ่มคิดไม่ตก จึงลองเอ่ยปากถามออกมา
 
"คงจะเป็นการเห็นแก่ตัวเกินไป ถ้าเจ้าจะเลือกเป็นเจ้าของม้านั้นไว้ทั้งสองตัว เพราะในความเป็นจริงแล้วเจ้าไม่สามารถขี่ม้าทั้งสองตัวในเวลาเดียวกันได้...ธรรมชาตของมัน ยามใดที่เจ้ากำลังขี่ตัวใดตัวหนึ่ง อีกตัวก็จะเศร้า เหงาหงอยและตีจากเจ้าไปหาเจ้านายใหม่ในเวลาไม่ช้า..." หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวด้วยเสียงหนักแน่น
 
 

"ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ... ท่านว่าข้าควรเลือกสายพันธุ์ไหนดี มันสำคัญต่อชีวิตข้ามากเลยนะ" ชายหนุ่มหวั่นวิตก
 
"เพราะมันสำคัญ เจ้าจึงควรเลือกพันธุ์ที่มันเหมาะสมกับเจ้าที่สุดไงเล่า ... คำตอบที่ถูกต้องที่สุดควรเป็นคำตอบจากตัวเจ้ามิใช่หรือ"

หัวหน้าหมูบ้านปล่อยให้ชายหนุ่มยืนตัดสินใจอยู่อีกสักครู่ แล้วจึงตัดสินใจพูดออกมา

"เอาละ นี่ก็ถึงเวลาเลือกม้าแล้ว เชิญเจ้าเลือกได้ และเพื่อความยุติธรรม เจ้าต้องตัดสินใจเลือกตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้น" หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวสรุปให้ชายหนุ่มตัดสินใจอีกครั้ง...
...
 
 

(มาถึงตรงนี้ คุณคิดว่า เขาควรเลือกม้าเชื่องหรือม้าพยศ ดีกว่าครับ?)
 
 
 

...
 

หลังจากฟังจบ ชายหนุ่มถอนหายใจครั้งสุดท้าย และรวมรวมสติและอารมณ์เพื่อการตัดสินใจครั้งสำคัญ...ผ่านไปไม่นาน สีหน้าของชายหนุ่มเริ่มผ่อนคลายลง แววตาเริ่มมีประกายแห่งความมั่นใจ มีรอยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนตัดสินใจพูดออกไปว่า ...
 

"ผมเลือกม้าสายพันธุ์นี้แหละครับ ผมว่ามันเป็นม้าที่ เหมาะสม กับผมที่สุดแล้วครับ" 
ชายหนุ่มพูดจบก็เดินเปิดคอกม้า เข้าไปจูงมาสายพันธุ์ที่เขาเลือกออกมาจากคอก ...เข้ากระโดดขึ้นหลังของม้าตัวนั้นและควบมันออกไปจากลานเลือกม้าอย่างภาคภูมิใจท่ามกลางรอยยิ้มอันยินดีของหัวหน้าหมูบ้าน หญิงแก่และเด็กหนุ่มน้องชายของเขา
 
(จบบริบูรณ์)
...

Comment

Comment:

Tweet

embarrassed open-mounthed smile   "เพราะมันสำคัญ เจ้าจึงควรเลือกพันธุ์ที่มันเหมาะสมกับเจ้าที่สุดไงเล่า ... คำตอบที่ถูกต้องที่สุดควรเป็นคำตอบจากตัวเจ้ามิใช่หรือ"

#1 By แจม on 2012-11-02 19:04